[๑๕๒๐] มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยเป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?
วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือ บุคคล ๓ จำพวกละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นคือ บุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่มานานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา มานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่าละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว และมานานุสัย อันบุคคลนั้นคือ บุคคลเหล่านั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.
มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด ภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้วในที่นั้นหรือ?
มานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ภวราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้วภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้น คือ บุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.
หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?
ถูกแล้ว.
มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้วในที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?
อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนามานานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ บุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๖๘๐–๖๘๒