[๙๖๒] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ และของปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป?
มัคคสัตว์ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๔๐–๓๔๑