[๙๖๙] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมิ นั้นจักไม่ดับไปหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์เหล่าอื่นที่จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่และของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอาปายิกสัตว์ ซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหา จักไม่ดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค และของพระอรหันต์ทั้งหลาย และของปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ และของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักไม่ดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๔๔–๓๔๕