[๒๑] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความนั้นเป็นไฉนรูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?พระปัญจวัคคีย์ทูลว่า ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?ป. ข้อนั้น ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.ภ. เวทนาเที่ยงหรือไม่เที่ยง?ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?ป. ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.ภ. สัญญาเที่ยงหรือไม่เที่ยง?ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?ป. ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.ภ. สังขารทั้งหลายเที่ยงหรือไม่เที่ยง?ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?ป. ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง?ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?ป. ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.
ตรัสให้พิจารณาโดยยถาภูตญาณทัสสนะพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๑–๒๓