อาทิตตปริยายสูตร

วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ · เล่ม ๔ ข้อ ๒๑๐

 [๒๑๐] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์แล้ว เสด็จจาริกไปทางพระนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ลุถึงพระนครสาวัตถี. ทราบว่าพระองค์ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถีนั้น.ก็โดยสมัยนั้นแล อุบาสกชื่ออุเทนได้ให้สร้างวิหารอุทิศต่อสงฆ์ไว้ในโกศลชนบท.เขาได้ส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายจงมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.  ภิกษุทั้งหลายตอบไปอย่างนี้ว่า ท่านอุบาสก พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุจำพรรษา ไม่อยู่ให้ตลอด ๓ เดือนต้น หรือ ๓ เดือนหลัง ไม่พึงหลีกไปสู่จาริก ขออุบาสกอุเทนจงรอชั่วระยะเวลาที่ภิกษุทั้งหลายจำพรรษา ออกพรรษาแล้วจึงจักไปได้ แต่ถ้าท่านจะมีกรณียกิจรีบด่วน จงให้ประดิษฐานวิหารไว้ในสำนักภิกษุเจ้าถิ่น ในโกศลชนบทนั้นนั่นแหละ.อุบาสกอุเทนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเมื่อเราส่งทูตไปแล้ว พระคุณเจ้าทั้งหลายจึงได้ไม่มาเล่า เราก็เป็นทายก เป็นผู้ก่อสร้าง เป็นผู้บำรุงสงฆ์.ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสกอุเทนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แม้เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต บุคคล ๗ จำพวก คือ ภิกษุ ภิกษุณีสิกขมานา สามเณร สามเณรี อุบาสก อุบาสิกา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกนี้ส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต พึงกลับใน ๗ วัน.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรมและพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมาก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียวอุทิศสงฆ์ ........ ได้ให้สร้างเรือนชั้น ........ ได้ให้สร้างเรือนโล้น ........ ได้ให้สร้างถ้ำ ........ ได้ให้สร้างบริเวณ ........ ได้ให้สร้างซุ้ม ........ ได้ให้สร้างโรงฉัน ........ ได้ให้สร้างโรงไฟ ....  .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ........ ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ........ ได้ให้สร้างที่จงกรม ........ ได้ให้สร้างโรงจงกรม ........ ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างโรงน้ำ ........ ได้ให้สร้างเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ........ ได้ให้สร้างมณฑป ........ ได้ให้สร้างอาราม ........ ได้ให้สร้างอารามวัตถุ ....ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมาก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุมากรูปด้วยกัน ........ ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ........ ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ........ ได้ให้สร้างเรือนชั้น ........ ได้ให้สร้างเรือนโล้น ........ ได้ให้สร้างถ้ำ ........ ได้ให้สร้างบริเวณ ........ ได้ให้สร้างซุ้ม ........ ได้ให้สร้างโรงฉัน ........ ได้ให้สร้างโรงไฟ ........ ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....  .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ........ ได้ให้สร้างที่จงกรม ........ ได้ให้สร้างโรงจงกรม ........ ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างโรงน้ำ ........ ได้ให้สร้างเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ........ ได้ให้สร้างมณฑป ........ ได้ให้สร้างอาราม ........ ได้ให้สร้างอารามวัตถุ ....ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุณีสงฆ์ ........ อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ........ อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ........ อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ........ อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ........ อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ........ อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ........ อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ........ อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ........ ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ........ ได้ให้สร้างเรือนชั้น ........ ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....  .... ได้ให้สร้างถ้ำ ........ ได้ให้สร้างบริเวณ ........ ได้ให้สร้างซุ้ม ........ ได้ให้สร้างโรงฉัน ........ ได้ให้สร้างโรงไฟ ........ ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ........ ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ........ ได้ให้สร้างที่จงกรม ........ ได้ให้สร้างโรงจงกรม ........ ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ........ ได้ให้สร้างมณฑป ........ ได้ให้สร้างอาราม ........ ได้ให้สร้างอารามวัตถุ. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างนิเวศน์เพื่อประโยชน์ตน ........ ได้ให้สร้างเรือนนอน ........ ได้ให้สร้างโรงเก็บของ ........ ได้ให้สร้างร้าน ........ ได้ให้สร้างโรงกลม ........ ได้ให้สร้างร้านค้า ........ ได้ให้สร้างโรงร้านค้า ........ ได้ให้สร้างเรือนชั้น ........ ได้ให้สร้างเรือนโล้น ........ ได้ให้สร้างถ้ำ ....  .... ได้ให้สร้างบริเวณ ........ ได้ให้สร้างซุ้ม ........ ได้ให้สร้างโรงฉัน ........ ได้ให้สร้างโรงไฟ ........ ได้ให้สร้างโรงครัว ........ ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ........ ได้ให้สร้างที่จงกรม ........ ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ........ ได้ให้สร้างมณฑป ........ ได้ให้สร้างอาราม ........ ได้ให้สร้างอารามวัตถุ อนึ่ง จะมีการมงคลแก่บุตรก็ดี จะมีการมงคลแก่ธิดาก็ดีเขาเจ็บไข้ก็ดี จะกล่าวพระสุตตันตะที่รู้เฉพาะก็ดี. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่าขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา จักได้เรียนพระสุตตันตะนี้ไว้ โดยวิธีที่พระสุตตันตะนี้จะไม่เสื่อมสูญไปเสีย หรือว่าเขามีกิจหรือกรณียะ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทานฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหะกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วันดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทานฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.  ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียวอุทิศสงฆ์ ........ ได้ให้สร้างเรือนชั้น ........ ได้ให้สร้างเรือนโล้น ........ ได้ให้สร้างถ้ำ ........ ได้ให้สร้างบริเวณ ........ ได้ให้สร้างซุ้ม ........ ได้ให้สร้างโรงฉัน ........ ได้ให้สร้างโรงไฟ ........ ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ........ ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ........ ได้ให้สร้างที่จงกรม ........ ได้ให้สร้างโรงจงกรม ........ ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ........ ได้ให้สร้างเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ........ ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ........ ได้ให้สร้างมณฑป ........ ได้ให้สร้างอาราม ........ ได้ให้สร้างอารามวัตถุ. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุมากรูปด้วยกัน ........ อุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ........ อุทิศภิกษุณีสงฆ์ ........ อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๒๕–๒๓๑

อธิบายเนื้อหา