พรหมยาจนกถา

วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ · เล่ม ๔ ข้อ ๘

 [๘] ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบพระปริวิตกแห่งจิตของพระผู้มีพระภาคด้วยใจของตนแล้วเกิดความปริวิตกว่า ชาวเราผู้เจริญ โลกจักฉิบหายหนอ โลกจักวินาศหนอ เพราะ  พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงน้อมพระทัยไปเพื่อความขวนขวายน้อย ไม่ทรงน้อมพระทัยไปเพื่อทรงแสดงธรรม.ลำดับนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้หายไปในพรหมโลก มาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาค ดุจบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้หรือคู้แขนที่เหยียดฉะนั้น ครั้นแล้วห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า คุกชาณุมณฑลเบื้องขวาลงบนแผ่นดิน ประณมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาคแล้วได้ทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดทรงแสดงธรรมขอพระสุคตได้โปรดทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีในจักษุน้อยมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมี.ท้าวสหัมบดีพรหมได้กราบทูลดังนี้แล้ว จึงกราบทูลเป็นประพันธคาถาต่อไปว่า  เมื่อก่อนธรรมไม่บริสุทธิ์อันคนมีมลทินทั้งหลาย  คิดแล้วได้ปรากฏในมคธชนบท ขอพระองค์ได้  โปรดทรงเปิดประตูแห่งอมตธรรมนี้ ขอสัตว์ทั้ง  หลายจงฟังธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้หมด  มลทินตรัสรู้แล้วตามลำดับ เปรียบเหมือนบุรุษ  มีจักษุยืนอยู่บนยอดภูเขา ซึ่งล้วนแล้วด้วยศิลา  พึงเห็นชุมชนได้โดยรอบฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้มี  ปัญญาดี มีพระปัญญาจักษุรอบคอบ ขอพระองค์  ผู้ปราศจากความโศกจงเสด็จขึ้นสู่ปราสาท อัน  สำเร็จด้วยธรรม แล้วทรงพิจารณาชุมชน ผู้  เกลื่อนกล่นด้วยความโศก ผู้อันชาติและชรา  ครอบงำแล้ว มีอุปมัยฉันนั้นเถิด ข้าแต่  พระองค์ผู้มีความเพียร ทรงชนะสงคราม ผู้นำหมู่  หาหนี้มิได้ ขอพระองค์จงทรงอุตสาหะเที่ยวไป  ในโลกเถิด ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรม  เพราะสัตว์รู้ทั่วถึงธรรมจักมี.  ทรงพิจารณาสัตวโลกเปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๙–๑๑

อธิบายเนื้อหา