[๔๙๒] อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรมแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้วที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยงโดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้นวิจิกิจฉา เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณแก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เกิดขึ้นพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๕๕–๑๕๖