[๔๐๓] ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ อาศัยกามาสวะ
พึงผูกจักรนัย
อวิชชาสวะ อาศัยภวาสวะ
พึงผูกจักรนัย
อวิชชาสวะ อาศัยทิฏฐาสวะธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและอาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยอาสวธรรมทั้งหลายธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรมอาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยกามาสวะ ภวาสวะ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัยธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมขันธ์ ๒ ฯลฯในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุมหาภูตรูป ๑ ฯลฯธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ อาสวธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม
ธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ และอาสวธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรม และสาสวธรรมและธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ อาศัยกามาสวะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
พึงผูกจักรนัยอย่างนี้ธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรมแต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรมและอาสวธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอาสวธรรมและสาสวธรรม และธรรมที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ขันธ์ ๓ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสาสวธรรม แต่ไม่ใช่อาสวธรรม และกามาสวะขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
ฯลฯปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างที่กล่าวมาแล้วอาสวทุกะ ฉันใด พึงกระทำฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน
ปัญหาวารในปัญหาวาร ในเหตุปัจจัยก็ดี ในอารัมมณปัจจัยก็ดี ไม่พึงกระทำโลกุตตระ ควรกระทำว่า "พระเสกขะทั้งหลาย" ย่อมพิจารณาโคตรภู ย่อมพิจารณาโวทาน แม้ในอธิปติปัจจัย ผู้ที่รู้ปัจจัยทุกอย่างแล้ว พึงกระทำพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๕๓–๒๕๕