[๕๒๐] คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย เหมือนกับปฏิจจวารคันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ คันถธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ คันถธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๑นัย เหมือนกับปฏิจจวารธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรมทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุเพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่คันถธรรมทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และคันถธรรมและจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุเพราะปรารภความยินดีนั้น คันถธรรม และ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยคันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อภิชฌากายคันถะ โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อภิชฌากายคันถะ โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัยคันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่คันถธรรม และคันถธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯที่เป็นสหชาต ได้แก่ คันถธรรมทั้งหลาย และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาต ได้แก่ คันถธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ คันถธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ คันถธรรมทั้งหลาย และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ คันถธรรมทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยคันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถธรรม และธรรมที่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่คันถธรรม และสีลัพพตปรามาสกายคันถะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และอภิชฌากายคันถะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัยที่เป็นสหชาต ได้แก่ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อภิชฌา-กายคันถะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
พึงผูกจักรนัยพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๓๑–๓๓๔