[๕๖๖] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถนิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถนิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัยคือ เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
พึงถามถึงมูลเพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรมเกิดขึ้น
พึงถามถึงมูลเพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้นธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถนิยธรรมแต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัยคือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่งกุศลกรรมนั้นกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ฌาน ฯลฯพระอริยะทั้งหลาย พิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ฯลฯพิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อนจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรมโดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้นบุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
ทั้งหมด พึงให้พิสดารเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัยธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถนิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯอุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้นกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน ฯลฯจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯโทมนัส เกิดขึ้นธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถนิยธรรม และธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัยคือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน ฯลฯจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เพราะปรารภความยินดีนั้น คันถธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้นวาระ ๓ แม้นอกนี้ พึงให้พิสดารอย่างที่กล่าวมาแล้ว พึงกระทำเพราะปรารภในทุกะนี้ โลกุตตระไม่มี เหมือนกับคันถทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน พึงกำหนดคำว่าคันถนิยะในมัคคปัจจัย พึงกระทำวาระ ๙
คันถคันถนิยทุกะ จบ
คันถคันถสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวารพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๖๗–๓๖๘