[๓๓๔] อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อาหาร อินทรีย์. ได้แก่ กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรมนี้ โดยอินทริยปัจจัย
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือสหชาต ปุเรชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ.
ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต ไม่มีแตกต่างกัน.
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อาหาร อินทรีย์.
คือ กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรมและไม่ใช่อุปาทาธรรมโดยอัตถิปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะมหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ โดยอัตถิปัจจัย ตลอดถึงอสัญญสัตว์.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นโผฏฐัพพะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯโทมนัสเกิดขึ้น
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือสหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นอุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมโดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย.
อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ
และจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ โผฏฐัพพายตนะ และ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย คือ โผฏฐัพพายตนะ และ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทาธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม และ รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทาธรรม และไม่ใช่อุปาทาธรรม โดยอัตถิปัจจัย.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๑๓–๒๑๕