[๔๗๗] ธรรมที่เป็นอุปทานวิปปยุตตอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นอุปาทานวิปยุตตอนุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม.
ธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม.
ธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานนิยธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๐๙