[๕๔๓] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลธรรมที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทานเป็นต้นนั้น ราคะ เกิดขึ้น อุทธัจจะ ฯลฯ
ในเมื่อฌานเสื่อมไป โทมนัส เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มีความเดือดร้อน
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
สองอย่างนอกนี้ เหมือนกับกิเลสทุกะ. แม้อารัมมณปัจจัย ที่เป็นปัจจัยสงเคราะห์ก็เหมือนกับกิเลสทุกะ.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๔๘