[๖๖๐] สวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกธรรม และวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม และวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย.
อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม แล้วยังฌานที่เป็นอวิตักกธรรมให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ สุขทางกาย ทุกข์ทางกายฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ วิตกแล้ว ยังฌานที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ มรรค ฯลฯ อภิญญาฯลฯ สมาบัติให้เกิด
ศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรคที่เป็นอวิตักกธรรมแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย. พึงทำอุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ นัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม แล้วให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรมยังฌานที่เป็นสวิตักกธรรม ฯลฯ วิปัสสนา มรรค อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ วิตก แล้วให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่มรรคที่เป็นสวิตักกธรรม แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม และแก่อวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม แล้วให้ทาน ฯลฯ ในทุติยวาร พึงทำบทที่เขียนไว้ทั้งหมด. ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ เสนาสนะ วิตก แล้วให้ทาน ฯลฯ ฆ่าสัตว์ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสวิตักกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่มรรคที่เป็นสวิตักกธรรม แก่ผลสมาบัติ และแก่วิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย.
สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอวิตักกธรรมและวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสวิตักกธรรมและวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๓๐–๔๓๒