[๖๗๔] สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
อัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ปีติและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และปีติ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
อัปปีติกธรรม อาศัยอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปีติ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปีติกธรรมขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
สัปปีติกธรรม อาศัยอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม อาศัยปีติ ซึ่งเป็นอเหตุกะ.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปีติ.
สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
อัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรมและอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะและปีติ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติ และมหาภูตรูปทั้งหลาย.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๓๙–๔๔๑