[๓๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงอัพภานอย่างนี้ ภิกษุอุทายีนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำขออัพภานว่าดังนี้:-
คำขออัพภานท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ ปิดบังไว้ ข้าพเจ้านั้นได้ขอมานัต ๖ ราตรี เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์สงฆ์ได้ให้มานัต ๖ ราตรี เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ชื่อ สัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ปิดบังไว้ แก่ข้าพเจ้านั้น ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้น ประพฤติมานัตแล้ว ขออัพภานกะสงฆ์ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ ปิดบังไว้ข้าพเจ้านั้นได้ขอมานัต ๖ ราตรี เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้มานัต ๖ ราตรี เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ชื่อ สัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ปิดบังไว้แก่ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้านั้นประพฤติ มานัตแล้ว ขออัพภานกะสงฆ์ แม้ครั้งที่สองท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ ปิดบังไว้ ข้าพเจ้านั้นได้ขอมานัต ๖ ราตรี เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกา สุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์สงฆ์ให้มานัต ๖ ราตรี เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ ไม่ได้ปิดบังไว้ แก่ข้าพเจ้านั้นท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นประพฤติมานัตแล้ว ขออัพภานกะสงฆ์ แม้ครั้งที่สาม ฯพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๖๑