[๔๖๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ เดือนหนึ่งสงสัย ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอ กำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่น ที่คงแก่เรียน ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรมทรงวินัย ทรงมาติกา ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อสิกขามาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้ อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ เดือน หนึ่งสงสัยปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอคุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น ภิกษุรูปที่มานั้น กล่าวอย่างนี้ว่าท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ไม่สงสัยปิดบังไว้ ชอบ ธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้นส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่สงสัยปิดบังไว้ ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนั้น ฯ
สงฆ์ให้สุทธันตปริวาสพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๑๔