[๘๕๗] ในหัวข้อเหล่านั้น เรื่องทำความแตกร้าวกัน ๑๘ เป็นไฉน? ภิกษุในธรรมวินัยนี้๑. แสดงสภาพมิใช่ธรรมว่า เป็นธรรม.๒. แสดงธรรมว่า สภาพมิใช่ธรรม.๓. แสดงสภาพมิใช่วินัยว่า เป็นวินัย.๔. แสดงวินัยว่า สภาพมิใช่วินัย.๕. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงภาษิตมิได้ตรัสไว้ ว่าพระตถาคตทรงภาษิตตรัสไว้.๖. แสดงสิ่งที่พระตถาคตได้ทรงภาษิต ตรัสไว้แล้ว ว่าพระตถาคตมิได้ทรงภาษิตมิได้ตรัสไว้.
๗. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมาว่า พระตถาคตทรงประพฤติมา.๘. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงประพฤติมาว่า พระตถาคตมิได้ทรงประพฤติมา.๙. แสดงสิ่งที่พระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้ว่า พระตถาคตทรงบัญญัติไว้.๑๐. แสดงสิ่งที่พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้.๑๑. แสดงอาบัติว่า มิใช่อาบัติ.๑๒. แสดงสิ่งมิใช่อาบัติว่า เป็นอาบัติ.๑๓. แสดงอาบัติเบาว่า อาบัติหนัก.๑๔. แสดงอาบัติหนักว่า อาบัติเบา.๑๕. แสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่า อาบัติหาส่วนเหลือมิได้.๑๖. แสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ว่า อาบัติมีส่วนเหลือ.๑๗. แสดงอาบัติชั่วหยาบว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ.๑๘. แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า อาบัติชั่วหยาบ.
นี้ เรื่องทำการแตกร้าวกัน ๑๘
อธิกรณ์ ๔พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๔๑–๒๔๒