คำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์

วินัยปิฎก ปริวาร · เล่ม ๘ ข้อ ๘๗๗

 [๘๗๗] ถามว่า เพราะปัจจัย คือ อาชีววิบัติ ต้องอาบัติเท่าไร?ตอบว่า เพราะปัจจัย คือ อาชีววิบัติ ต้องอาบัติ ๖ คือ๑. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุผู้ปรารถนาลามกอันความปรารถนาครอบงำ อวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มี ไม่เป็นจริง ต้องอาบัติปาราชิก.๒. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุถึงความเป็นผู้เที่ยวชักสื่อต้องอาบัติสังฆาทิเสส.  ๓. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุกล่าวว่า ภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่าน ภิกษุนั้นเป็นพระอรหันต์ เมื่อผู้ฟังเข้าใจ ต้องอาบัติถุลลัจจัย.๔. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุขอโภชนะอันประณีต เพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.๕. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุณีขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ.๖. เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธ ขอแกงก็ดี ข้าวสุกก็ดี เพื่อประโยชน์ตนมาฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.เพราะปัจจัย คือ อาชีววิบัติ ต้องอาบัติ ๖ เหล่านี้.ถามว่า อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดาวิบัติ ๔? ... ระงับด้วยสมถะเท่าไรบรรดาสมถะ ๗?ตอบว่า อาบัติเหล่านั้น จัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือบางทีเป็นศีลวิบัติบางทีเป็นอาจารวิบัติ.สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๖ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิกบางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ บางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจามิใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่วาจา มิใช่กาย มิใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต ๑ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ๑ บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย ๑ บางทีเกิดแต่กาย วาจาและจิต ๑จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.  วิปัตติปัจจยวาร ที่ ๔ จบ  ----------------  อธิกรณปัจจยวาร ที่ ๕

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๕๒–๒๕๔

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง