โลหิจจสูตร

สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค · เล่ม ๙ ข้อ ๓๖๔

 [๓๖๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว โลหิจจพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ บุรุษผู้หนึ่งพึงฉวยผมบุรุษอีกผู้หนึ่งซึ่งกำลังจะตกไปสู่เหว คือนรกไว้ ฉุดขึ้นให้ยืนอยู่บนบก ฉันใด ข้าพระองค์กำลังจะตกไปสู่เหว คือ นรก พระโคดมผู้เจริญได้ยกขึ้นให้ยืนอยู่บนบก ฉันนั้นเหมือนกัน ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด ด้วยคิดว่าคนมีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ ฉันใด พระโคดมผู้เจริญ ทรงประกาศพระธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้นเหมือนกันข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระโคดมผู้เจริญ พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ว่า  เป็นสรณะ ขอพระโคดมผู้เจริญจงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ โทษได้ถึงข้าพระองค์ผู้เป็นพาล ผู้หลง ผู้ไม่รู้เท่าถึงการณ์ ข้าพระองค์ใด ได้ท้วงพระผู้มีพระภาคผู้เป็นศาสดา อันสาวกไม่ควรท้วงในโลกและการท้วงพระผู้มีพระภาคนั้น ก็ไม่จริง ไม่แท้ ไม่เป็นธรรม ประกอบด้วยโทษ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงรับโทษนั้นโดยความเป็นโทษแก่ข้าพระองค์นั้น เพื่อสำรวมต่อไป พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เอาเถอะ โลหิจจะ โทษได้ถึงท่านผู้เป็นพาล ผู้หลง ผู้ไม่รู้เท่าถึงการณ์ท่านได้ท้วงเราผู้เป็นศาสดาอันสาวกไม่ควรท้วงในโลก และการท้วงเราผู้เป็นศาสดานั้น ก็ไม่จริงไม่แท้ ไม่เป็นธรรม ประกอบด้วยโทษ เพราะเหตุนั้นแล เธอเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วจงกระทำคืนตามธรรม เรารับรับโทษนั้น นี้เป็นความเจริญในอริยวินัย ผู้เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ย่อมกระทำคืนตามธรรม ย่อมถึงความสำรวมต่อไป.เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว โลหิจจพราหมณ์ได้ชื่นชมภาษิตของพระผู้มีพระภาคลุกจากอาสนะหลีกไป ดังนี้แล.  จบโลหิจจสูตรที่ ๑๒.  ____________________  ๑๓. เตวิชชสูตร  ___________________

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๕๖–๓๕๘

อธิบายเนื้อหา