จริยาปิฎก · ข้อ ๒๐

สังขปาลจริยาที่ ๑๐ว่าด้วยจริยาวัตรของสังขปาลนาคราช

จริยาปิฎก๒. การบำเพ็ญสีลบารมี · เล่ม ๓๓ · เลขข้อชุดใหม่ตามฉบับหลวง

 สังขปาลจริยาที่ ๑๐ว่าด้วยจริยาวัตรของสังขปาลนาคราช[๒๐] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยานาคชื่อสังขปาละมีฤทธิ์มากมีเขี้ยวเป็นอาวุธ มีพิษแรงกล้า มีลิ้นสองแฉกเป็นใหญ่กว่านาคทั้งหลาย เราอธิษฐานอุโบสถมีองค์ ๔ ประการว่า ผู้ใดมีกิจด้วยผิวหนังก็ดี เนื้อก็ดี เอ็นก็ดี กระดูกก็ดี ของเราผู้นั้นจงนำเอาอวัยวะที่เราให้แล้วนี้ไปเถิด แล้วสำเร็จการอยู่ ณ สถานที่ใกล้ทางใหญ่สี่แยก อันเกลื่อนกล่นด้วยหมู่ชนต่างๆ พวกบุตรของนายพรานเป็นคนดุร้ายหยาบช้าไม่มีกรุณา ได้เห็นเราแล้วมีมือถือไม้พลองตะบองสั้นกรูกันเข้ามาหาเรา ณ ที่นั้น พวกบุตรนายพรานเอาหอกแทงเราที่จมูกที่หาง ที่กระดูกสันหลัง แล้วเอาหวายร้อยหามเราไป ถ้าเราปรารถนาก็พึงยังมหาปฐพีอันมีสมุทรสาครเป็นที่สุด พร้อมทั้งป่าทั้งภูเขาให้ไหม้ด้วยลมจมูกในที่นั้นๆ แต่เราไม่โกรธเคืองพวกนายพรานแม้จะแทงด้วยหลาว แม้จะทุบตีด้วยหอก นี้เป็นศีลบารมีของเราฉะนี้แล.จบสังขปาลจริยาที่ ๑๐----------------รวมจริยาที่มีในวรรคนี้ คือ๑. สีลวจริยา๒. ภูริทัตตจริยา๓. จัมเปยยกจริยา๔. จูฬโพธิจริยา๕. มหิสจริยา ๖. รุรุมิคจริยา๗. มาตังคจริยา๘. ธรรมเทวปุตตจริยา ๙. ชยทิสจริยา๑๐. สังขปาลจริยา จริยาทั้งหมดนี้เป็นกำลังของศีล เป็นบริขารของศีล เราได้สละชีวิตตามรักษาศีล เราผู้เป็นสังขปาลนาคราช ได้มอบชีวิตให้แก่คนใดคนหนึ่ง แม้ตลอดกาลทุกเมื่อเหตุนั้น จริยานั้นจึงเป็นศีลบารมี ฉะนี้แล.จบสีลบารมีนิทเทส----------------การบำเพ็ญเนกขัมมบารมีเป็นต้น

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๙๑