๑๐. มหาเวสสันตรชาดก

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ · เล่ม ๒๘ ข้อ ๑๑๕๒

 [๑๑๕๒] อนึ่ง พรรณไม้เป็นอันมาก เกิดขึ้นใกล้ขอบสระนั้น คือ ตระไคร้  ถั่วเขียว ถั่วราชมาส สาหร่าย สันตะวา น้ำในสระนั้นถูกลมรำเพยพัด  เกิดเป็นละลอกกระทบฝั่ง มีหมู่แมลงบินวู่ว่อนเคล้าเอาเกสรดอกไม้ที่  แย้มบาน สีเสียดเทศ เต่าร้าง ผักบุ้งร้วม มีมากในที่ต่างๆ ดูกร  พราหมณ์ ต้นไม้ทั้งหลายดารดาษไปด้วยกล้วยไม้ กลิ่นแห่งบุปผชาติ  ดังกล่าวแล้วนั้น หอมตระหลบอยู่ ๗ วัน ไม่พลันหาย บุปผชาติ  เกิดอยู่เรียงรายสองฝั่งสระมุจลินท์ ป่านั้นดารดาษไปด้วยต้นราชพฤกษ์  ย่อมงดงาม กลีบดอกราชพฤกษ์นั้นหอมตระหลบอยู่กึ่งเดือนไม่เลือน  หาย คัญชันเขียว อัญชันขาว กุ่มแดง ดอกบานสะพรั่ง ป่านั้น  ดารดาษไปด้วยอบเชยและแมงรักเหมือนดังจะให้คนเบิกบานใจ ด้วย  ดอกไม้และกิ่งไม้อันมีกลิ่นหอม เหล่าภมรโผผินบินว่อนเสียงวู่ๆ อยู่  โดยรอบ เพราะกลิ่นหอมแห่งบุปผชาติ ดูกรพราหมณ์ ณ ที่ใกล้สระนั้น  มีฟักแฟง แตงน้ำเต้า ๓ ชนิด ชนิดหนึ่งผลโตเท่าหม้อ อีกสองชนิด  ผลโตเท่าตะโพน.

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๘๒–๒๘๓