[๑๓๕] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตระ ผู้มีจักษุในธรรมทั้งปวง เป็นพระผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์
กว่านักปราชญ์ทั้งหลาย เป็นบุรุษอาชาไนยทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลเพื่อประโยชน์ เพื่อสุขแก่สรรพสัตว์ ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยยศในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มีศิริ มีเกียรติคุณเป็นเครื่องอลังการทรงชำนะมาร ได้รับการบูชาทั่วโลก ปรากฏทั่วไปทุกทิศ พระองค์ทรงข้ามพ้นวิจิกิจฉา ล่วงพ้นความสงสัย มีความดำริชอบเต็มเปี่ยมทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ทรงยังหนทางที่ยังไม่เกิดให้เกิดเป็นผู้สูงสุดกว่านรชน ตรัสบอกสิ่งที่คนอื่นยังไม่ได้บอก และทรงยังสิ่งที่ยังไม่เกิดให้เกิดมีพร้อม ทรงรู้จักหนทาง ทรงเข้าใจหนทางแจ้งชัด ตรัสบอกหนทางให้ ประเสริฐกว่านรชน ทรงฉลาดในหนทาง เป็นครู เป็นพระผู้สูงสุดกว่านายสารถีทั้งหลาย ครั้งนั้นพระโลกนายกผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ได้ตรัสพระธรรมเทศนาฉุดสัตว์ทั้งหลายผู้จมลงแล้วในหล่มคือโมหะขึ้น พระมหามุนีทรงสรรเสริญพระสาวกผู้มีสมมติว่าเลิศในการให้โอวาทแก่นางภิกษุณีทั้งหลาย ได้ทรงแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เราได้ฟังพระพุทธดำรัสนั้นแล้ว ก็ชอบใจ จึงนิมนต์พระตถาคตพร้อมด้วยพระสงฆ์ให้เสวยและฉันภัตตาหารแล้วปรารถนาฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระโลกนาถผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงเบิกบานพระทัยได้ตรัสกะเราว่า ท่านจงมีสุขอายุยืนเถิด ท่านจักได้ฐานันดรนี้สมมโนรถปรารถนา ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดมผู้ทรงสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลกท่านจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักได้เป็นสาวกของพระศาสดามีนามชื่อว่านันทกะเพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละ
ร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ในภพสุดท้ายในบัดนี้เราเกิดในสกุลเศรษฐี อันมั่นคั่งสมบูรณ์มีทรัพย์มากมาย ในพระนครสาวัตถี เราได้พบพระสุคตเจ้า ในวันที่พระองค์เสด็จเข้าพระนคร เป็นผู้มีใจอัศจรรย์ ได้ออกบวชเป็นบรรพชิตในวันที่พระพุทธองค์ทรงรับพระเชตวนาราม ได้บรรลุอรหัตผลโดยกาลไม่นานเลย ครั้งนั้น เราอันพระศาสดาผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงทรงพร่ำสอนจึงข้าม ข้ามพ้นสังสารวัฏไปได้ เราสอนธรรมแก่พระภิกษุณีทั้งหลาย พระภิกษุณีที่เราสอนนั้นรวม ๕๐๐ รูปด้วยกัน ล้วนเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้มีประโยชน์เกื้อกูลใหญ่ ทรงพอพระทัย จึงทรงตั้งเราไว้ในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายให้โอวาทพระภิกษุณี กรรมที่เราทำไว้ในกัปที่แสนแสดงผลแก่เราในอัตภาพนี้แล้ว เราเป็นผู้พ้นจากกิเลสด้วยดีเหมือนลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ฉะนั้น เราเผากิเลสเสียแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.ทราบว่า ท่านพระนันทกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ นันทกเถราปทาน.กาฬุทายีเถราปทานที่ ๖ว่าด้วยบุพจริยาของพระกาฬุทายีเถระพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๖๐–๑๖๒