----------------รวมวรรค

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก · เล่ม ๓๓ ข้อ ๑๕๕

 [๑๕๕] ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงนักท่องเที่ยวอยู่ในพระนครหงสวดี ดิฉันต้องการกุศลจึงท่องเที่ยวไปตามวัดวาอาราม ดิฉันได้พบไม้โพธิ์อันอุดมในวันกาฬปักษ์ ดิฉันยังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธิ์นั้นแล้วนั่งลงที่โคนโพธิ์ ดิฉันตั้งจิตอันประกอบด้วยความเคารพไว้ ประนมอัญชลีเหนือเศียรเกล้า สำแดงถึงความโสมนัส แล้วคิดอย่างนี้ในทันใดนั้นว่า ถ้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้มีพระคุณนับไม่ได้ ไม่มีบุคคลอื่นเปรียบเสมอจริงไซร้ ขอให้แสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด ขอให้ไม้โพธิ์นี้จงเปล่งรัศมีในทันใดนั้นเอง ไม้โพธิ์ก็ได้โพลงไปทั่วพร้อมกับที่ดิฉันนึกรัศมีนั้นสำเร็จด้วยสีทองล้วน ไพโรจน์ไปทั่วทิศ ดิฉัน  นั่งอยู่ที่โคนโพธิ์นั้น ๗ คืน ๗ วัน เมื่อถึงวันเป็นคำรบ ๗ ดิฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป ประทีป ๕ ดวงลุกโพลงรอบอาสนะ ครั้งนั้น ประทีปของดิฉันลุกโพลงอยู่ จนถึงเวลาพระอาทิตย์อุทัย เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้วได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรมสร้างสรรค์ให้ดิฉันอย่างสวยงาม ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกว่า ปัญจทีปวิมาน สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ มีประทีปนับไม่ถ้วนส่องแสงสว่างล้อมฉันทั่วเทพพิภพโชติช่วงด้วยแสงประทีป ดิฉันนั่งหันหน้าไปทิศบูรพาแล้ว ถ้าประสงค์จะดู ย่อมเห็นทุกสิ่งได้ด้วยจักษุทั้งเบื้องบน เบื้องล่างและเบื้องขวาง ดิฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีกรรมชั่วที่คนทำ ในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้นย่อมไม่มีต้นไม้หรือภูเขามากั้นกาง ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักกเทวราช ๘๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๐ พระองค์ ดิฉันเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือ เทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ ประทีปจำนวนแสนส่องแสงสว่างล้อมดิฉัน ดิฉันจุติจากเทวโลกแล้วเกิดในครรภ์มารดา เมื่อดิฉันอยู่ในครรภ์มารดา นัยน์ตาของดิฉันไม่หลับ ประทีปจำนวนแสนดวงส่องสว่าง ในเรือนประสูติ ของดิฉันผู้เพรียบพร้อมด้วยบุญกรรม นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อถึงภพสุดท้าย ดิฉันได้กลับฉันทะที่มีในใจเห็นนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะพอเกิดอายุได้ ๗ ขวบ ดิฉันก็ได้บรรลุอรหัต พระพุทธเจ้าให้ดิฉันอุปสมบท นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อดิฉันอยู่ที่มณฑปโคนไม้ หรือในเรือนว่างเปล่า ประทีปส่องแสงสว่างให้ทุกเมื่อเชื่อวัน นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ทิพจักษุของดิฉันบริสุทธิ์  ดิฉันฉลาดในสมาธิถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีจักษุ หม่อมฉันผู้ชื่อว่าปัญจทีปาขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ ดิฉันได้ให้ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน.นฬมาลิกาเถริยาปทานที่ ๖ว่าด้วยการถวายดอกอ้อบูชาพระ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๙๐–๑๙๒

อธิบายเนื้อหา