จริยาปิฎก · ข้อ ๑๖
รุรุมิคจริยาที่ ๖ — ว่าด้วยจริยาวัตรของพระยาเนื้อ
จริยาปิฎก › ๒. การบำเพ็ญสีลบารมี · เล่ม ๓๓ · เลขข้อชุดใหม่ตามฉบับหลวง
รุรุมิคจริยาที่ ๖ว่าด้วยจริยาวัตรของพระยาเนื้อ[๑๖] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยาเนื้อชื่อรุรุ มีขนสีเหลืองคล้ายหลอมทองคำ ประกอบด้วยศีลอันบริสุทธิ์ยิ่ง เราเข้าไปอาศัยอยู่ ณประเทศน่ารื่นรมย์ เป็นรัมณียสถาน สงัดเงียบปราศจากมนุษย์ เป็นที่ยินดีแห่งใจ ใกล้ฝั่งคงคา ครั้งนั้น บุรุษถูกเจ้าหนี้ทวงถาม จึงโดดลงในแม่น้ำ ในกระแสน้ำข้างเหนือ ด้วยคิดว่า เราจะเป็นหรือตายก็ตามที เขาถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำใหญ่ ตลอดคืนตลอดวันร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสาร ลอยไปในท่ามกลางคงคา เราฟังเสียงของเขาผู้ร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสารแล้ว ไปยืนอยู่ที่ฝั่งคงคาได้ถามว่า ท่านเป็นคนเช่นไร เขาอันเราถามแล้ว ได้แจ้งเหตุของตนในกาลนั้นว่า เราเป็นผู้ถูกเจ้าหนี้ทำให้สะดุ้งกลัว จึงแล่นมายังมหานทีนี้เราทำความกรุณาแก่เขา สละชีวิตของเราให้ว่ายน้ำไปนำเขามาในเวลากลางคืน ข้างแรมเรารู้กาลว่า เขาหายเหน็ดเหนื่อยล้าแล้วได้กล่าวกะเขาดังนี้ว่า เราจะขอพรกะท่านสักข้อหนึ่ง คือ ท่านอย่าบอกเราแก่ใครๆ เขาไปยังพระนครแล้ว พระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลเพราะต้องการทรัพย์ เขาได้พาพระราชาเข้ามายังที่อยู่ของเรา เรากราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแด่พระราชา พระราชาทรงสดับคำของเราแล้วทรงสอดลูกศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่า เราจักฆ่าคนลามกผู้ประทุษร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ เราตามรักษาคนประทุษร้ายมิตรนั้น ได้มอบตนของเราถวายว่า ข้าแต่มหาราชา ขอได้ทรงโปรดก่อนเถิดพระเจ้าข้า ข้าพระบาทจะกระทำตามพระราชประสงค์ของพระราชาเราตามรักษาศีลของเรา ไม่ใช่เราตามรักษาชีวิตของเราเพราะในกาลนั้น เราเป็นผู้มีศีลเพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง ฉะนี้แล.จบรุรุมิคจริยาที่ ๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๘๘