[๙] เมื่อก่อน เราเป็นคนชอบเที่ยวในป่า ประกอบการงานในป่าเสมอเราถือเอาข้าวสุกแห่งข้าวสาลีแล่งหนึ่ง แล้วได้ไปทำงาน ณ ที่นั้นเราได้เห็นพระสยัมภูสัมพุทธเจ้าผู้ไม่พ่ายแพ้อะไรๆ เสด็จออกจากป่าเพื่อบิณฑบาต ครั้นแล้วเราได้ยังจิตให้เลื่อมใส เราประกอบในทางการงานของคนอื่น และบุญของเราก็ไม่มี มีแต่ข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง เราจะนิมนต์พระมุนีนี้ให้เสวย เราหยิบข้าวสุกแห่งข้าวสาลีแล่งหนึ่งถวายแด่พระสยัมภู เมื่อเราเพ่งดูอยู่พระมหามุนีทรงเสวย เพราะกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และเพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วก็ไปสู่ดาวดึงสพิภพ เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๒ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๓ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เราเป็นผู้ถึงความสุข มียศ นี้เป็นผลของข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง เมื่อเราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ได้ทรัพย์นับไม่ถ้วน ความบกพร่องในโภคทรัพย์มิได้มีแก่เราเลย นี้เป็นผลของข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง โภคทรัพย์เปรียบด้วยกระแสน้ำเกิดขึ้นแก่เรา เราไม่สามารถจะนับได้ นี้ก็เป็นผลของข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง เพราะมีผู้เชื้อเชิญว่า เชิญเคี้ยวกินสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ ฉะนั้น เราจึงเป็นคนมีความสุข นี้ก็เป็นผลของข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง ในกัปที่ ๙๑แต่กัปนี้เราได้ถวายทานใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลของข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยวอทองทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม พระมหามุนีอโนทัสสีมหาวีรเจ้าอันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ สุทัสนราชอุทยานอันประเสริฐ ทรงมีพระนิสภเถระและพระอโนมเถระเป็นพระอัครสาวกพระเถระชื่อว่าวรุณเป็นพุทธุปัฏฐาก พระสุนทราเถรีและพระสุมนาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ไม้โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคนั้นเรียกว่าต้นกุ่ม นันทิวัฑฒอุบาสกและสิริวัฑฒอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐากอุปลาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิภา พระมหามุนีมีพระองค์สูง ๕๘ ศอก มีพระรัศมีซ่านออกสว่างไสวดังพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น ในครั้งนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุแสนปีพระองค์ดำรงพระชนมายุอยู่เพียงนั้น ทรงช่วยให้หมู่ชนข้ามพ้นวัฏสงสารได้เป็นอันมาก พระศาสนาของพระองค์บานสะพรั่งงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลายผู้คงที่ผู้ปราศจากราคะและมลทินพระศาสดาผู้ทรงยศนับไม่ได้และคู่พระสาวกผู้ไม่มีใครแม้นเสมือนหายไปหมดสิ้นแล้วสังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ พระอโนมทัสสีพระบรมศาสดาชินเจ้า เสด็จนิพพาน ณ ธรรมาราม พระสถูปของพระองค์สูง ๒๐ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ ธรรมารามนั้น ฉะนี้แล.จบอโนมทัสสีพุทธวงศ์ที่ ๗ปทุมพุทธวงศ์ที่ ๘ว่าด้วยพระประวัติพระปทุมพุทธเจ้าพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๔–๓๒๖