จิตตุปปาทกัณฑ์

อภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณีปกรณ์ · เล่ม ๓๔ ข้อ ๑๘๐

 [๑๘๐] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ ไม่มีบริกรรมสัญญาในรูปภายในเห็นรูปภายนอกที่เล็กน้อย ตั้งใจว่า จะรู้จะเห็นครอบงำรูปนั้น สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม  ทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน มีกำลังน้อย มีอารมณ์เล็กน้อย ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ ไม่มีบริกรรมสัญญาในรูปภายในเห็นรูปภายนอกที่เล็กน้อย ตั้งใจว่า จะรู้จะเห็นครอบงำรูปนั้น สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน มีกำลังมาก มีอารมณ์เล็กน้อย ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ ไม่มีบริกรรมสัญญาในรูปภายในเห็นรูปภายนอกที่เล็กน้อย ตั้งใจว่า จะรู้จะเห็นครอบงำรูปนั้น บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ บรรลุตติยฌานฯลฯ บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ บรรลุปัญจมฌาน มีกำลังน้อย มีอารมณ์เล็กน้อย ฯลฯ มีกำลังมาก มีอารมณ์เล็กน้อย ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะมีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  อารมณ์ ๒ จบ  ------------  แจกฌานอย่างละ ๘

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๖๗–๖๘

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง