จิตตุปปาทกัณฑ์

อภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณีปกรณ์ · เล่ม ๓๔ ข้อ ๑๙๐

 [๑๙๐] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่สหรคตด้วยเมตตา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ บรรลุทุติยฌาน ที่สหรคตด้วยเมตตา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ เพราะคลายปีติได้อีกด้วย ฯลฯบรรลุตติยฌานนั้น ที่สหรคตด้วยเมตตา อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่สหรคตด้วยเมตตา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ บรรลุทุติยฌาน ที่สหรคตด้วยเมตตา ไม่มีวิตก มีแต่วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดจากสมาธิ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ บรรลุตติยฌาน ที่สหรคตด้วยเมตตา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ เพราะคลายปีติได้อีกด้วย ฯลฯบรรลุจตุตถฌานนั้น ที่สหรคตด้วยเมตตา อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ที่สหรคตด้วยกรุณา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ บรรลุตติยฌานฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ บรรลุจตุตถฌานนั้น ที่สหรคต ด้วยกรุณา อยู่ในสมัยใด ผัสสะฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมญาน ที่สหรคตด้วยมุทิตา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะมีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ บรรลุตติยฌานฯลฯ บรรลุปฐมญาน ฯลฯ บรรลุจตุตถฌานนั้น ที่สหรคตด้วยมุทิตา อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ บรรลุจตุตถฌาน ที่สหรคตด้วยอุเบกขา ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  พรหมวิหารฌาน ๔ แจกอย่างละ ๑๖  ------------------  อสุภฌาน ๑๐

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๗๘–๘๑

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง