ฏฐิ๖๒ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร

อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ · เล่ม ๓๕ ข้อ ๙๖๒

 [๙๖๒] คันถะ ๔ เป็นไฉน  อภิชฌากายคันถะ พยาปาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ  บรรดาคันถะ ๔ นั้น อภิชฌากายคันถะ เป็นไฉน  ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความเพ่งเล็งที่จะเอาทรัพย์สมบัติของผู้อื่น อกุศลมูลคือโลภะ อันใด นี้เรียกว่าอภิชฌากายคันถะ  พยาปาทกายคันถะ เป็นไฉน  ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ทำความเสื่อมเสียแก่เราแล้วฯลฯ ความดุร้ายความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่าพยาปาทกายคันถะ  สีลัพพตปรามาสกายคันถะ เป็นไฉน  สมณพราหมณ์ภายนอกศาสนานี้ มีความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ ย่อมมีได้ด้วยศีลด้วยวัตร ด้วยศีลและวัตร ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาสอันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาสกายคันถะ  อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ เป็นไฉน  ความเห็นว่าโลกเที่ยง นี้แหละจริง อย่างอื่นไม่จริง ความเห็นว่าโลกไม่เที่ยง นี้แหละจริง อย่างอื่นไม่จริง ฯลฯ ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วจะเกิดอีกก็หามิได้ จะไม่เกิดอีกก็หามิได้ นี้แหละจริง อย่างอื่นไม่จริง ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ ยกเว้นสีลัพพตปรามาสกายคันถะ มิจฉาทิฏฐิแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่า อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ  เหล่านี้เรียกว่า คันถะ ๔

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๕๖–๔๕๗

อธิบายเนื้อหา