ฏฐิ๖๒ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร

อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ · เล่ม ๓๕ ข้อ ๙๖๓

 [๙๖๓] โอฆะ ๔ ฯลฯ โยคะ ๔ ฯลฯ อุปาทาน ๔ เป็นไฉน  กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน  บรรดาอุปาทาน ๔ นั้น กามุปาทาน เป็นไฉน  ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่ากามุปาทาน  ทิฏฐุปาทาน เป็นไฉน  ความเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การบูชาพระรัตนตรัยไม่มีผลฯลฯ สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดี ผู้ปฏิบัติชอบ รู้ยิ่งเห็นแจ้งประจักษ์ซึ่งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเองแล้ว  ประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้ไม่มีในโลก ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใดมีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าทิฏฐุปาทาน ยกเว้นสีลัพพตุปาทานและอัตตวาทุปาทาน มิจฉาทิฏฐิแม้ทั้งหมดก็เรียกว่า ทิฏฐุปาทาน  สิลัพพตุปาทาน เป็นไฉน  สมณพราหมณ์ภายนอกศาสนานี้ มีความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีลด้วยวัตร ด้วยศีลและวัตร ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯการถือเอาโดยวิปลาสอันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สีลัพพตุปาทาน  อัตตวาทุปาทาน เป็นไฉน  ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยะเจ้า ไม่ฉลาดในธรรม ของพระอริยะเจ้าไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยะเจ้า ไม่ได้เห็นสัปบุรุษไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของสัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตนเห็นตนในรูป ย่อมเห็นเวทนาเป็นตนฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขารเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณเป็นตน หรือเห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนในวิญญาณทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้นี้เรียกว่า อัตตวาทุปาทาน  เหล่านี้เรียกว่า อุปาทาน ๔

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๕๗–๔๕๘

อธิบายเนื้อหา