[๑๐๙๙] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิตเว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌานผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อม-เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้า
ทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๙๑–๓๙๒