[๑๒๑๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใดผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจารผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๒๙–๔๓๐