[๙๕๕] สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งได้ตรัสรู้แล้ว ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ดับไป และมัคคสัจก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ ในภังคขณะแห่งตัณหา ไม่เคยดับไปแล้ว แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ของสัตว์ซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ในเมื่ออุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไปอยู่ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลายไม่เคยดับไปแล้ว และสมุทยสัจก็ย่อมไม่ดับไป.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๓๗