เล่ม ๔๐ ข้อ ๑๓๘๐

อภิธรรมปิฎก มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑

 [๑๓๘๐] เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรมโดยปุเรชาตปัจจัย  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต  ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระอรหันต์เห็นจักษุ ฯลฯ กาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ฯลฯ เห็นรูป โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ  ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย  เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต  ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุนั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบากย่อมเกิดขึ้น พิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ตทารัมมณจิตย่อมเกิดขึ้น รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย  ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ โดยปุเรชาตปัจจัย  เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย  มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต  ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯเพราะปรารภจักษุนั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น พิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ  ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิปากธัมมธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๗๐๗–๗๐๘

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง