[๑๔๐๒] เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป แก่จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป โดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ พระอรหันต์ พิจารณาเห็นจักษุ โสตะ ฯลฯ หทยวัตถุโดยความไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป โดยอัตถิปัจจัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็น สหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็น ปุเรชาต ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุโดยความไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดีเพราะปรารภจักษุเป็นต้นนั้น มีราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้นเมื่อกุศลและอกุศลดับแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ฯลฯ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักษุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ จักขายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่จักขุ วิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ โดยอัตถิปัจจัย
เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โสตะฯลฯ หทยวัตถุ โดยความไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ฯลฯ มีโทมนัส เกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม โดยอัตถิปัจจัยพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๗๑๔–๗๑๕