[๓๙๗] อาสวสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๑ นัยอาสวสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสววิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-ฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่ โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัยอาสวสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรมโดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับ สหชาตปัจจัยอาสววิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสววิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ พึงให้พิสดารอาสววิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่โมหะ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต-ด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุเพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยอาสววิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ โมหะ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต-ด้วยอุทธัจจะ เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ เพราะปรารภหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เกิดขึ้นอาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรมโดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯอาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสววิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัสที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาสวสัมปยุตตธรรม และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยอาสวสัมปยุตตธรรม และอาสววิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาสวสัมปยุตตธรรมและอาสววิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาตที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต-ด้วยอุทธัจจะ และโมหะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๔๗–๒๔๙