[๗๒๑] ปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาสสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยคือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัยขันธ์ ๒ ฯลฯปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาสวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยคือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
พึงกระทำมูลปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาสสัมปยุตตธรรม และปรามาสวิปปยุตต-ธรรม โดยอัตถิปัจจัยคือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยปรามาสวิปปยุตตธรรมเป็นปัจจัยแก่ปรามาสวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาสสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยมีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งหทัยวัตถุ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัยปรามาสสัมปยุตตธรรม และ ปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาสสัมปยุตต-ธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯปรามาสสัมปยุตตธรรม และ ปรามาสวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปรามาสวิปปยุตต-ธรรม โดยอัตถิปัจจัยมี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูป-ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปรามาสสัมปยุตตธรรม และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัยพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๕๘–๔๕๙