[๙๗๔] มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกาล ไม่ต้องในเวลาวิกาลมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในเวลาวิกาล ไม่ต้องในกาลมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกาลและในเวลาวิกาลมีอยู่ อาบัติ ภิกษุไม่ต้องในกาล และไม่ต้องในเวลาวิกาล.มีอยู่ กาลิกที่รับประเคนแล้ว ควรในกาล ไม่ควรในเวลาวิกาลมีอยู่ กาลิกที่รับประเคนแล้ว ควรในเวลาวิกาล ไม่ควรในกาลมีอยู่ กาลิกที่รับประเคนแล้ว ควรในกาลและในเวลาวิกาลมีอยู่ กาลิกที่รับประเคนแล้ว ไม่ควรในกาลและในเวลาวิกาล.มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในปัจจันติมชนบท ไม่ต้องในมัชฌิมชนบทมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในมัชฌิมชนบท ไม่ต้องในปัจจันติมชนบทมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในปัจจันติมชนบทและมัชฌิมชนบทมีอยู่ อาบัติ ภิกษุไม่ต้องในปัจจันติมชนบทและมัชฌิมชนบท.มีอยู่ วัตถุ ย่อมควรในปัจจันติมชนบท ไม่ควรในมัชฌิมชนบท
มีอยู่ วัตถุ ย่อมควรในมัชฌิมชนบท ไม่ควรในปัจจันติมชนบทมีอยู่ วัตถุ ย่อมควรในปัจจันติมชนบทและมัชฌิมชนบทมีอยู่ วัตถุ ย่อมไม่ควรในปัจจันติมชนบทและมัชฌิมชนบท.มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในภายใน ไม่ต้องในภายนอกมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในภายนอก ไม่ต้องในภายในมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องภายในและภายนอกมีอยู่ อาบัติ ภิกษุไม่ต้องภายในและภายนอก.มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องภายในสีมา ไม่ต้องภายนอกสีมามีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องภายนอกสีมา ไม่ต้องภายในสีมามีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องภายในสีมาและภายนอกสีมามีอยู่ อาบัติ ภิกษุไม่ต้องภายในสีมาและภายนอกสีมา.มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในบ้าน ไม่ต้องในป่ามีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในป่า ไม่ต้องในบ้านมีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในบ้านและในป่ามีอยู่ อาบัติ ภิกษุไม่ต้องในบ้านและในป่า.
ว่าด้วยการโจทเป็นต้นพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๐๔–๓๐๕