[๒๔๑๙] ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
ผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย คนประมาทเป็นเหมือนคนตายแล้ว. เพราะ
มัวเมาจึงเกิดความประมาท เพราะความประมาทจึงเกิดความเสื่อม เพราะ
ความเสื่อมจึงเกิดโทษ ดูกรท่านผู้มีภาระครอบครองของรัฐ อย่าได้ประมาท
เลย. เพราะกษัตริย์เป็นอันมากผู้มีความประมาท ต้องเสื่อมประโยชน์
และรัฐ อนึ่ง ชาวบ้านมีความประมาท ก็เสื่อมจากบ้าน บรรพชิตมีความ
ประมาทก็เสื่อมจากอนาคาริยวิสัย. ดูกรพระองค์ผู้เป็นมิ่งขวัญของรัฐ
โภคสมบัติทุกอย่างในแว่นแคว้นของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้ว ย่อมพินาศ
หมด ข้อนั้นท่านกล่าวว่าเป็นความทุกข์ของพระราชา. ดูกรพระมหาราชา
ความประมาทนี้ไม่เป็นธรรมของโบราณกษัตริย์ โจรทั้งหลายย่อมกำจัด
ชนบทอันบริบูรณ์มั่งคั่ง ของพระราชาผู้ประมาทเกินขอบเขต. พระโอรส
ของพระองค์ก็จักไม่มี เงินทองทรัพย์สินก็จักไม่มีเหมือนกัน เมื่อรัฐ
ถูกปล้น พระองค์ก็ย่อมเสื่อมจากโภคสมบัติทุกอย่าง ญาติมิตรและสหาย
ย่อมไม่นับถือขัตติยราชผู้เสื่อมจากสรรพโภคสมบัติ ในความคิดอ่าน
พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า ผู้พึ่งโพธิสมภารเป็นอยู่ ย่อมไม่
นับถือในความคิดอ่าน ศิริย่อมละพระราชาผู้ไม่จัดแจงการงาน โง่เขลา
มีความคิดอ่านเลวทรามไร้ปัญญาเหมือนงูลอกคราบเก่าออก ฉะนั้น พระ
ราชาผู้จัดการงานด้วยหมั่นขยันตามกาล ไม่เกียจคร้าน โภคสมบัติทั้งปวง
ย่อมเจริญยิ่งขึ้น เหมือนฝูงโคที่มีโคผู้ฉะนั้น ดูกรพระมหาราชา พระองค์
จงเสด็จเที่ยวฟังเหตุการณ์ในแว่นแคว้น และในชนบท ครั้นได้ทอด
พระเนตรเห็นและได้ทรงสดับแล้วแต่นั้นจึงทรงปฏิบัติราชกิจนั้นๆ เถิด.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๓๓–๔๓๔