[๕๓๔] สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือสหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
สังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัยเหมือนกับปฏิจจวาร.
อสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ.
อสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ฯลฯ.
สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
สังกิลิฏฐธรรม และอสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐธรรมและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๔๒–๓๔๓