[๓๐๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฐิอันเป็นบาปแล้ว ต้องประพฤติโดยชอบวิธีประพฤติชอบในอุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฐิอันเป็นบาปนั้นดังต่อไปนี้:-๑. ไม่พึงให้อุปสมบท๒. ไม่พึงให้นิสัย๓. ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก๔. ไม่พึงรับสมมติเป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ไม่พึงสั่งสอนภิกษุณี๖. สงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฐิอันเป็นบาปเพราะอาบัติใดไม่พึงต้องอาบัตินั้น๗. ไม่พึงต้องอาบัติอื่นอันเช่นกัน๘. ไม่พึงต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น๙. ไม่พึงติกรรม๑๐. ไม่พึงติภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม๑๑. ไม่พึงห้ามอุโบสถแก่ปกตัตตะภิกษุ๑๒. ไม่พึงห้ามปวารณาแก่ปกตัตตะภิกษุ๑๓. ไม่พึงทำการไต่สวน๑๔. ไม่พึงเริ่มอนุวาทาธิกรณ์๑๕. ไม่พึงยังภิกษุอื่นให้ทำโอกาส๑๖. ไม่พึงโจทภิกษุอื่น๑๗. ไม่พึงให้ภิกษุอื่นให้การ๑๘. ไม่พึงช่วยภิกษุกับภิกษุให้สู้อธิกรณ์กัน ฯ
วัตร ๑๘ ข้อ
ในอุกเขปนียกรรม ฐานไม่สละทิฐิอันเป็นบาป จบ
สงฆ์ลงโทษและระงับกรรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๒๑–๑๒๒