มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร ปาราชิกกัณฑ์

วินัยปิฎก ปริวาร · เล่ม ๘ ข้อ ๒

 [๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน?ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.ถ. ทรงปรารภใคร?ต. ทรงปรารภพระสุทินน์ กลันทบุตร.ถ. เพราะเรื่องอะไร?ต. เพราะเรื่องที่พระสุทินน์ กลันทบุตร เสพเมถุนธรรมในปุราณทุติยิกา.ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ หรือ?ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๒, อนุปันนบัญญัติ ไม่มี ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น.ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่สาธารณบัญญัติ.ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่อุภโตบัญญัติ.ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น จักเข้าในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน?ต. จัดเข้าในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๒.ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?ต. เป็นศีลวิบัติ.ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?ต. เป็นอาบัติกองปาราชิก.ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร?  ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา.ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง คือ สัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑.ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้นอะไรเป็นอภิวินัย?ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย.ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้นอะไรเป็นอธิปาติโมกข์?ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์ถ. อะไรเป็นวิบัติ?ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ.ถ. อะไรเป็นสมบัติ?ต. ความสังวรเป็นสมบัติ.ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ?ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ.ถ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร?ต. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้แก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑.  ถ. พวกไหนศึกษา?ต. พระเสขะและกัลยาณปุชนศึกษา.ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว.ถ. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร?ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล.ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้?ต. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อมทรงไว้.ถ. เป็นถ้อยคำของใคร?ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.ถ. ใครนำมา?ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.  รายนามพระเถระผู้ทรงพระวินัย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒–๔

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง