[๒๕] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน?ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.ถ. ทรงปรารภใคร?ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.ถ. เพราะเรื่องอะไร?ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีผู้เดียว สำเร็จการนั่งในที่ลับกับมาตุคามผู้เดียว.ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติหรือ?ต. มีแต่บัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มีในอนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น.ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ อนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน?นับเนื่องในอุเทศ?ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๔.ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?ต. บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ.ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?
ต. บางทีเป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส บางทีเป็นอาบัติกองปาจิตตีย์.ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง อนิยตสิกขาบทที่ ๒ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร?ต. เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา กับจิต ...ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?ต. ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะบางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัย บางทีระงับด้วยติณวัตถารกะ.
อนิยต ๒ สิกขาบท จบ.
หัวข้อประจำกัณฑ์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๙–๒๐