ร้ายสกุล ๑ ---------------- อนิยตกัณฑ์

วินัยปิฎก ปริวาร · เล่ม ๘ ข้อ ๒๔

 [๒๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน?ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี.ถ. ทรงปรารภใคร?ต. ทรงปรารภท่านพระอุทายี.ถ. เพราะเรื่องอะไร?ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระอุทายีผู้เดียว สำเร็จการนั่งในที่ลับคือในอาสนะกำบัง พอจะทำการได้ กับมาตุคามผู้เดียว.ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติหรือ?ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ ไม่มี ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้นถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ.ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ.ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน?ต. หยั่งลงในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.  ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๔.ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?ต. บางทีเป็นศีลวิบัติ บางทีเป็นอาจารวิบัติ.ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?ต. บางทีเป็นอาบัติกองปาราชิก บางทีเป็นอาบัติกองสังฆาทิเสส บางทีเป็นอาบัติกองปาจิตตีย์.ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร?ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา.ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?ต. ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ บางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะบางทีระงับด้วยสัมมุขาวินัย บางทีระงับด้วยติณวัตถารกะ.ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย?ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย.ถ. ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในอนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้นอะไรเป็นอธิปาติโมกข์?ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์.ถ. อะไรเป็นวิบัติ?ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ.ถ. อะไรเป็นสมบัติ?ต. ความสังวรเป็นสมบัติ.ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ?  ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ.ถ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร?ต. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติอนิยตสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑ถ. พวกไหนศึกษา?ต. พระเสขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา.ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว.ถ. อนิยตสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร?ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล.ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้?ต. อนิยตสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อมทรงไว้.ถ. เป็นถ้อยคำของใคร?ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.ถ. ใครนำมา?ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.  รายนามพระเถระผู้ทรงพระวินัยพระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะรวมเป็น ๕ ทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ.แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐ มีปัญญามาก เหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑  พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ ... พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ในตามพปัณณิ.  คำถามและคำตอบในอนิยตสิกขาบทที่ ๒

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๖–๑๙

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง